เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 6

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 6

ตอน 1 2 3 4 5 6

ฉ.8. วิธีตั้งค่า Reporting Services
ก่อนจะใช้งาน SSRS ได้ท่านจำเป็นต้องกำหนดค่าเริ่มต้นและเปิดใช้งานมันเสียก่อนโดยมีขั้นตอนดังนี้

ภาพ ฉ-41 : เปิดโปรแกรม Reporting Services Configuration Manager ย่อ (RSCM)

ภาพ ฉ-42 : โปรแกรม RSCM จะแสดงกรอบข้อความ Connect to a report server instance เพื่อให้เลือกอินสแตนซ์ของ SSRS ที่ต้องการกำหนดค่า ป้อนชื่ออินสแตนซ์ที่ต้องการ (ในกรณีที่ท่านสร้าง SSRS ไว้หลายอินสแตนซ์) แล้วกดปุ่ม Connect

ภาพ ฉ-43 : โปรแกรม RSCM จะแสดงหน้า Report Server Status ให้กดปุ่ม Apply

ภาพ ฉ-44 : โปรแกรม RSCM จะแสดงหน้า Service Account เพื่อให้กำหนดบัญชีผู้มีสิทธิสร้างรายงาน ให้เลือก User build in account เป็น Network Service แล้วกดปุ่ม Apply

ภาพ ฉ-45 : โปรแกรม RSCM จะแสดงหน้า Web Service URL เพื่อให้กำหนด URL ที่ผู้ใช้รายงานเรียกดูรายงานได้ด้วยเว็บเบราวเซอร์ ให้ใช้ค่าโดยปริยายที่ RSCM กำหนดให้แล้วกดปุ่ม Apply

ภาพ ฉ-46 : หลังกดปุ่ม Apply โปรแกรม RSCM จะสร้าง Virtual directory และจอง URL ที่กำหนด

ภาพ ฉ-47 : ให้ตรวจสอบว่า URL ที่โปรแกรม RSCM สร้างขึ้นสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่โดยกดที่ URL หลังข้อความ URLs: ในกรอบ Report Server Web Service URLs หากใช้งานได้เว็บเบราวเซอร์จะเปิดขึ้นและแสดงหน้าเว็บดังที่เห็นในภาพนี้

ภาพ ฉ-48 : ขั้นตอนต่อไปโปรแกรม RSCM จะแสดงหน้า Report Server Database เพื่อให้ท่านกำหนดฐานข้อมูลที่ SSRS จะใช้เพื่อเก็บข้อมูลขณะที่มันทำงาน ให้กดปุ่ม Change Database

ภาพ ฉ-49 : โปรแกรม RSCM จะเปิดโปรแกรม Report Server Database Configuration Wizard เป็นวิซาร์ดที่ช่วยให้กำหนดฐานข้อมูลที่ SSRS จะใช้เพื่อเก็บข้อมูลได้ง่าย ท่านจะสร้างฐานข้อมูลขึ้นใหม่ ซึ่งทำได้โดยเลือกหัวข้อ Create a new report server database แล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-50 : โปรแกรมวิซาร์ดจะแสดงหน้า Database Server เพื่อให้ท่านกำหนดดาต้าเบสเซอฟเวอร์ที่จะสร้างฐานข้อมูลขึ้นใหม่ (เป็นฐานข้อมูลสำหรับ SSRS ใช้เป็นการภายใน ไม่ใช่ฐานข้อมูลที่ท่านจะใช้ทำงาน) ให้ป้อนพิมพ์ชื่อเซอฟเวอร์ในช่อง Server Name แล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-51 : โปรแกรมวิซาร์ดจะแสดงหน้า Database ให้ป้อนชื่อฐานข้อมูลที่จะสร้าง  ในตัวอย่างนี้ผู้เขียนตั้งชื่อว่า ReportServer ท่านจะใช้ชื่ออะไรก็ได้ เสร็จแล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-52 : โปรแกรมวิซาร์ดจะแสดงหน้า Credentials เพื่อให้ท่านกำหนดวิธีจัดสิทธิของฐานข้อมูล ในตัวอย่างนี้ผู้เขียนเลือก Service Credentials เพื่อความสะดวก ในการใช้งานจริงควรสร้างผู้ใช้ใหม่แล้วกำหนดสิทธิให้รัดกุม เสร็จแล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-53 : โปรแกรมวิซาร์ดจะแสดงหน้า Summary เป็นรายงานบอกให้รู้ว่าท่านได้ตั้งค่าอะไรไว้บ้าง อ่านแล้วให้กดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-54 : โปรแกรมวิซาร์ดจะเริ่มกระบวนการสร้างฐานข้อมูลใหม่ หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีจะเห็นข้อความดังในภาพนี้ อ่านแล้วให้กดปุ่ม Next โปรแกรมวิซาร์ดจะจบการทำงาน

ภาพ ฉ-55 : โปรแกรม RSCM จะแสดงรายละเอียดว่าการสร้างฐานข้อมูลใหม่มีภาวะอย่างไร ต่อไปให้กดปุ่ม Apply

ภาพ ฉ-56 : โปรแกรม RSCM จะแสดงหน้า Report Manager URL เพื่อให้ท่านกำหนด URL สำหรับเปิดโปรแกรมรีพอร์ทเมนเนเจอร์ ควรยอมรับค่าโดยปริยายโดยกดปุ่ม Apply

ภาพ ฉ-57 : โปรแกรม RSCM จะสร้าง URL สำหรับเปิดโปรแกรมรีพอร์ทเมนเนเจอร์ให้ เมื่อกดที่ URL โปรแกรม RSCM จะเปิดเว็บเบราวเซอร์หน้ารีพอร์ทเมนเนเจอร์ดังที่เห็นในภาพนี้ เมื่อดำเนินการมาถึงขั้นตอนนี้เป็นอันว่าการตั้งค่า SSRS เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้แล้ว 

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

 

Advertisements

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 5

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 5

ตอน 1 2 3 4 5 6

ภาพ ฉ-27 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Feature Selection เพื่อให้เลือกสิ่งที่ต้องการติดตั้ง เพื่อไม่ให้กินแรงเครื่องและเปลืองเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ ให้เลือกเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ คือเลือกอย่างในภาพนี้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-28 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Instance Configuration เพื่อให้กำหนดคุณสมบัติของอินสแตนซ์ SQL2008 สามารถรันหลายๆ อินสแตนซ์ได้พร้อมๆ กันในคอมพิวเตอร์ตัวเดียว  หนึ่งอินสแตนซ์คือหนึ่งเซอฟเวอร์ หากท่านสร้างไว้สามอินสแตนซ์ จะมีผลให้ท่านมีดาต้าเบสเซอฟเวอร์สามตัวภายในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ให้เลือกหัวข้อ Named instance แล้วใส่ชื่ออินสแตนซ์ที่ต้องการ (กำหนดชื่อขึ้นเอง) ค่าอื่นๆ ให้ใช้ค่าโดยปริยาย แล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-29 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Disk Space Requirements เพื่อรายงานว่าสิ่งต่างๆ ที่ท่านเลือกติดตั้งรวมกันแล้วจะใช้เนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์เท่าใด ดูเสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-30 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Service Accounts เพื่อให้ท่านกำหนดเจ้าของเซอร์วิส เพื่อความสะดวกในเครื่องทดสอบนี้จะใช้ NT AUTHORITY\NETWORK ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน เพราะจะเป็นชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านชุดเดียวกันกับที่ท่านกำหนดไว้ในตอนล็อกอินเข้าวินโดวส์ การติดตั้งใช้งานจริง (ใน production server) ควรกำหนดบัญชีผู้ใช้ซึ่งทำหน้าที่เป็น DBA โดยเฉพาะ เสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-31 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Collation เพื่อให้กำหนดลักษณะภาษา ในหนังสือนี้ฐานข้อมูลเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษล้วน จึงเปลี่ยนจากไทยเป็น Latin1_General_AS เสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-32 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Account Provisioning เพื่อใช้กำหนดโหมดของการระบุสิทธิในการจัดการฐานข้อมูล  เพื่อความสะดวกในเครื่องทดสอบนี้จะใช้ Windows authentication mode แล้วกดปุ่ม Add Current User เพื่อใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านชุดเดียวกันกับที่ท่านกำหนดไว้ในตอนล็อกอินเข้าวินโดวส์ เสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-33 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Data Directories ท่านสามารถใช้ค่าโดยปริยายได้ทั้งหมด ให้กดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-34 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Reporting Services Configuration ให้เลือกหัวข้อล่างสุด Install, but do not configure the report server ซึ่งเป็นการสั่งให้ติดตั้ง SSRS แต่ไม่ต้องกำหนดค่าต่างๆ เพราะท่านจะไปกำหนดค่าต่างๆ ด้วยตนเองภายหลัง เสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-35 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Installation Rules จะแสดงรายงานว่าสิ่งต่างๆ ที่ท่านกำหนดให้ติดตั้งมีข้อติดขัดอะไรหรือไม่ ทุกบรรทัดต้องแสดงคำว่า Passed หากมีบรรทัดใด Failed ต้องออกจากการติดตั้งเพื่อไปแก้ปัญหานั้นเสียก่อนจึงจะติดตั้งได้สำเร็จ ดูเสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-36 :  ถ้าทุกอย่างราบรื่น โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Ready to Install พร้อมกับแสดงรายการแจกแจงให้รู้ว่าท่านกำหนดให้ติดตั้งอะไรไว้บ้าง ดูเสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-37 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Installation Progress พร้อมกับเริ่มกระบวนการติดตั้งซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยาวนานและเจ็บปวด

ภาพ ฉ-38 : หากท่านโชคดีโปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Complete เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการติดตั้งสำเร็จโดยไม่มีปัญหาใดๆ  ดูเสร็จแล้วกดปุ่ม Next เพื่อออกจากโปรแกรมติดตั้ง

ภาพ ฉ-39 : หากท่านลืมติดตั้งคอมโพเนนท์ใดๆ ก็สามารถเริ่มโปรแกรมติดตั้งใหม่ได้ คราวนี้ให้เลือกเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องการเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น หากลืมก็อาจติดตั้ง Reporting Services และ Business Intelligence Development Studio เพิ่มเติมภายหลังได้

ภาพ ฉ-40 : เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้เปิดโปรแกรม MSVS2008 เพื่อตรวจสอบว่าตอนนี้ MSVS2008 จะมีเท็มเพลตต่างๆ สำหรับสร้างโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับ SQL2008 เพิ่มขึ้นหรือไม่ เลือกเมนู File / New Project … จะเห็นรายการดังในภาพนี้ โปรดสังเกตว่าตอนนี้  SQL2008 มีหัวข้อ Business Intelligence Projects เพิ่มขึ้น ภายในจะมีเท็มเพลตต่างๆ สำหรับสร้างโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับ SQL2008 อยู่จำนวนหนึ่ง

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 4

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 4

ตอน 1 2 3 4 5 6

ฉ.7. วิธีติดตั้งโปรแกรม Microsoft SQL Server 2008
โปรแกรม Microsoft SQL Server 2008 (SQL2008) มีหลายเอดิชัน ต่อไปนี้จะสาทิตวิธีติดตั้งเอดิชัน Enterprise

ภาพ ฉ-16 : ให้ใส่แผ่น DVD โปรแกรม SQL2008 Enterprise หากท่านยังไม่ได้จัดซื้อ SQL2008 Enterprise แต่ต้องการทดสอบการใช้งานเอดิชันเต็ม (ไม่ใช่เอดิชันที่เป็นเอ็กซ์เพรส) ให้ไปที่เว็บไซต์ SQL2008 เพื่อดาว์นโหลด SQL2008 Enterprise สำหรับการทดลองใช้ที่มีอายุการใช้งาน 180 วัน ให้เลือกแบบที่เตรียมไว้เพื่อนักพัฒนา (หัวข้อ Developers) ขนาดของไฟล์ใหญ่ประมาณสี่กิกกะไบต์ เป็นไฟล์ฟอร์แมต ISO สำหรับบันทึกลงสู่แผ่น DVD

ภาพ ฉ-17 : อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้จัดซื้อใบอนุญาตการใช้ SQL2008 Enterprise แต่ต้องการทดสอบการใช้งานคือ SQL Server 2008 Express ซึ่งเป็นเอดิชันที่ใช้ได้ฟรี แต่มีข้อเสียคือขาดสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานระดับสูงสำหรับองค์กรหลายอย่าง เช่นไม่สนับสนุนการเชื่อมต่อเครื่องแม่ข่ายผู้ให้บริการเป็นกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (server cluster) แต่ SQL Server 2008 Express มีข้อดีคือไม่จำกัดอายุการใช้งาน และมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกหัวข้อในหนังสือเล่มนี้

ภาพ ฉ-18 : เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วและบันทึกใส่แผ่น DVD แล้ว จะพบว่า SQL2008 Enterprise สำหรับการทดลองใช้งานมีสิ่งต่างๆ ครบเหมือนเวอร์ชันจริงทุกประการ (จะขาดไปก็เพียงใบอนุญาตในการใช้งาน) โฟลเดอร์ x86 คือที่เก็บแฟ้มสำหรับการติดตั้งในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 32 บิต  โฟลเดอร์ x64 คือที่เก็บแฟ้มสำหรับการติดตั้งในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 64 บิต  และ โฟลเดอร์ ia64 คือที่เก็บแฟ้มสำหรับการติดตั้งในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 64 บิตเวอร์ชันสำหรับซีพียูอิทาเนียม (ซีพียูตระกูลหนึ่งของอินเทลที่ท่านจะพบในเครื่องแม่ข่ายระดับสูง)

ภาพ ฉ-19 : เมื่อใส่แผ่น DVD ของ SQL2008 Enterprise โปรแกรมออโต้รันจะเปิดหน้า Installation Center (ย่อ IC) แถบทางซ้ายเป็นหัวข้อเจ็ดหัวข้อ ประกอบด้วย Planning มีรายการคำสั่งย่อยเพื่อใช้ช่วยวางแผนกการติดตั้ง Installation มีรายการคำสั่งย่อยเพื่อใช้ติดตั้งโปรแกรม Maintenance มีรายการคำสั่งย่อยเพื่อใช้บำรุงรักษา Tools มีรายการคำสั่งย่อยเป็นเครื่องมือสำหรับการกำหนดค่าต่างๆ Resource มีรายการคำสั่งย่อยเป็นเอกสารต่างๆ เช่นคู่มือการใช้งาน Advanced มีรายการคำสั่งย่อยเพื่อใช้ตั้งค่าต่างๆ สำหรับผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญ และสุดท้ายคือ Option ใช้กำหนดสถาปัตยกรรมของเพลตฟอร์มที่จะติดตั้ง

ภาพ ฉ-20 : ต่อไปให้ตรวจสอบระบบว่าพร้อมสำหรับการติดตั้ง SQL2008 หรือไม่โดยกดเลือกรายการ System Configuration Checker เมื่อกดแล้วโปรแกรมติดตั้งจะแสดงกรอบข้อความ Setup Support Rules ซึ่งแสดงรายการข้อบังคับต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีอยู่ในเครื่องก่อนจึงจะติดตั้ง SQL2008 ได้สำเร็จ ในภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวสองประการ ประการแรกคือ Performance counter registry hive consistency และมีรายงานแจ้งว่าคอมพิวเตอร์ของผู้เขียนยังไม่มีโปรแกรม Windows PowerShell

ภาพ ฉ-21 : ผู้เขียนปิดโปรแกรมติดตั้ง SQL2008 แล้วไปแก้ไขรีจิสทรีของระบบที่ชำรุด จากนั้นจึงไปดาวน์โหลดโปรแกรม  Windows PowerShell มาติดตั้ง

ภาพ ฉ-22 : เมื่อแก้ไขปัญหาหมดแล้วจึงเข้าโปรแกรมติดตั้ง SQL2008 และกดเลือกรายการ System Configuration Checker อีกครั้ง

ภาพ ฉ-23 : คราวนี้ System Configuration Checker แสดงกรอบข้อความ Setup Support Rules รายงานว่าทุกอย่างผ่านพร้อมสำหรับการติดตั้ง

ภาพ ฉ-24 : เมื่อพร้อมแล้วให้เข้าหัวข้อ Installation (รายการซ้ายมือในภาพ ฉ-19) แล้วเลือกหัวข้อบนสุดทางขวา โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Product Key เพื่อให้ป้อนรหัสแต่ท่านไม่ต้องป้อนเพราะนี่เป็นเวอร์ชันสำหรับทดลองใช้งาน ให้กดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-25 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า License Terms ให้คลิกที่หน้าข้อความ I accept the license terms. แล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ภาพ ฉ-26 :  โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้า Setup Support Rules เหมือนในภาพ ฉ-20 ไม่ควรมีรายการใด Failed ถ้ามีต้องออกจาก โปรแกรมติดตั้งไปแก้ไขให้หายก่อน แล้วกดปุ่ม Next เพื่อไปยังหน้าถัดไป

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 3

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 3

ตอน 1 2 3 4 5 6

ฉ.6. วิธีติดตั้งโปรแกรม Microsoft Visual Studio 2008
มีหลายบทในหนังสือนี้ที่ต้องใช้โปรแกรม Microsoft Visual Studio 2008 (ย่อ MSVS2008) ยกตัวอย่างเช่นในบทที่ 22 มีสอนวิธีใช้สพร็อซ์ร่วมกับภาษา C# (22.5) บทที่ 25 การสร้างและใช้งาน SSRS และการเขียนคิวรีแบบ LINQ ในบทที่ 32 เป็นต้น เนื่องจาก SQL2008 จะผนวกคอมโพเนนท์บางอย่างเข้าสู่ MSVS2008 ด้วย (เช่น BI หรือ Business Intelligent) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดตั้ง MSVS2008 ก่อน SQL2008

โปรแกรม MSVS2008 มีหลายเอดิชัน (เช่น Team suit และ Express edition) ต่อไปนี้จะสาทิตวิธีติดตั้งเอดิชันมาตรฐาน

ภาพ ฉ-5 : ใส่แผ่น DVD ของโปรแกรม MSVS2008 หากยังไม่ได้จัดซื้อ MSVS2008 แต่ต้องการทดสอบการใช้งาน ให้ไปที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟต์เพื่อดาว์นโหลด MSVS2008 เวอร์ชันสำหรับการทดลองใช้ที่มีอายุการใช้งาน 180 วัน เมื่อดาวน์โหลดแล้วให้นำมาสร้างเป็น DVD สำหรับติดตั้ง หลังใส่แผ่น DVD โปรแกรม MSVS2008 แล้วจะเห็นหน้าหลักสำหรับติดตั้ง ให้กดที่ Install Visual Studio 2008

ภาพ ฉ-6 : โปรแกรมติดตั้งจะแสดงกรอบข้อความต้อนรับและติดตั้งคอมโพเนนท์เบื้องต้น ให้รอจนกว่าการติดตั้งคอมโพเนนท์เบื้องต้นจะเสร็จสมบูรณ์แล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-7 : โปรแกรมติดตั้งจะแสดงกรอบข้อความ Options Page ให้เลือกหัวข้อ Custom แล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-8 : โปรแกรมติดตั้งจะแสดงรายการคุณสมบัติต่างๆ ที่สามารถเลือกติดตั้งได้ เพื่อประหยัดพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ให้เลือกติดตั้งเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ดังที่เห็นในภาพนี้

ภาพ ฉ-9 : โปรแกรมติดตั้งจะเริ่มดำเนินการติดตั้งและแสดงกรอบข้อความ Install Page เพื่อรายงานความคืบหน้าในการทำงาน เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-10 : การติดตั้งจะกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วโปรแกรมติดตั้งจะแสดงกรอบข้อความ Finish Page ดังที่เห็นในภาพนี้ ให้กดปุ่ม Finish

ภาพ ฉ-11 : จากนั้นโปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้าหลักสำหรับติดตั้งเหมือนในภาพ ฉ-5 ต่อไปให้ติดตั้งเอกสารอธิบายการใช้งาน (MSDN) โดยเลือกหัวข้อ Install Product Documentation เมื่อเลือกแล้วโปรแกรมติดตั้งจะแสดงรายการคุณสมบัติต่างๆ ที่สามารถเลือกติดตั้งได้ ให้เลือกเอกสารที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-12 : โปรแกรมติดตั้งจะเริ่มดำเนินการติดตั้งเอกสาร และแสดงกรอบข้อความ Install Page เพื่อรายงานความคืบหน้าในการทำงาน เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Next

ภาพ ฉ-13 : หากเลือกทั้งหมดการติดตั้งจะกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วโปรแกรมติดตั้งจะแสดงกรอบข้อความ Finish Page ดังที่เห็นในภาพนี้ ให้กดปุ่ม Finish

ภาพ ฉ-14 : ให้ปิดหน้าหลักสำหรับติดตั้งในภาพ ฉ-5 ต่อไปให้ลองเปิดโปรแกรม  MSVS2008 เพื่อดูว่าใช้งานได้หรือไม่โดยกดปุ่ม Start / Programs / Microsoft Visual Studio 2008 แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Microsoft Visual Studio 2008 หากใช้งานได้จะปรากฏกรอบหน้าต่างเหมือนในภาพนี้

ภาพ ฉ-15 : ต่อไปให้ตรวจสอบว่า MSVS2008 ที่เพิ่งติดตั้งเสร็จนี้สามารถสร้างโปรเจ็กต์ชนิดใดได้บ้างโดยเลือกเมนู File / New Project … จะเห็นรายการดังในภาพนี้ โปรดสังเกตว่ายังไม่มีหัวข้อ Business Intelligence Projects ซึ่งจะมีเท็มเพลตต่างๆ สำหรับสร้างโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับ SQL2008 (เช่น SSRS)  ท่านจะย้อนกลับมาดูหน้านี้อีกครั้งหลังจากติดตั้ง SQL2008 แล้ว

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 2

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 2

ตอน 1 2 3 4 5 6

ฉ.5. วิธีจัดการกับ IIS
เนื่องจากการเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการทดสอบที่จะจัดตั้งนี้ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแม่ขายผู้ให้บริการฐานข้อมูลแล้ว ยังจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ Reporting Services ด้วย (ดูบทที่ 25) จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่า Internet Information Services หรือ IIS ถูกติดตั้งใช้งานอยู่หรือไม่

IIS คือเซอร์วิสหรือบริการหนึ่งที่รันอยู่ในฉากหลัง เพื่อให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายผู้ให้บริการเว็บ (web server) ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีจะผนวก IIS เวอร์ชัน 6.0 มาให้ในตัว ท่านจะเลือกติดตั้งหรือไม่ติดตั้งก็ได้ตามใจชอบ

ใน MS-SQL เวอร์ชันก่อนหน้านี้ (คือ 2000 และ 2005) หากต้องการใช้งาน Reporting Services (ย่อ SSRS) ท่านจำเป็นต้องติดตั้ง IIS และเปิดการใช้งานไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะ SSRS มีภาวะเป็นเซอร์วิสหนึ่งที่รันภายใต้ IIS ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่ชอบการจัดวางเช่นนี้ เพราะหลายๆ คนต้องการติดตั้ง SSRS ไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกับที่เป็นแม่ข่ายฐานข้อมูล แต่เกรงว่าหากแม่ข่ายฐานข้อมูลทำหน้าที่เป็นเว็บเซอฟเวอร์ด้วย อาจส่งผลเสียต่อระบบรักษาความปลอดภัย และทำให้ประสิทธิภาพของการเป็นแม่ข่ายฐานข้อมูลตกต่ำลง

ข่าวดีคือ SQL2008 ไม่ผูกติดกับ IIS อีกต่อไปแล้ว ทีมงานของบริษัทไมโครซอฟต์ที่พัฒนา  SQL2008 ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงให้ SSRS ใน SQL 2008 มีสภาพเป็นเซอร์วิสอิสระ คือสามารถให้บริการหน้าเว็บ ASP.NET 2.0 ได้โดยลำพัง ไม่ต้องพึ่ง IIS อีกต่อไป (อย่าลืมว่ารายงานของ SSRS ที่แท้เป็นหน้าเว็บแบบ ASP.NET ที่เกิดจากการเรนเดอร์ของเอ็นจินในตัว SSRS เอง ดูรายละเอียดในบทที่ 25) ที่ว่าเป็นข่าวดีเพราะใน MS-SQL เวอร์ชันก่อนหน้านี้การตั้งค่าเริ่มต้นเพื่อให้ SSRS และ IIS ทำงานเข้ากันได้เป็นเหมือนฝันร้ายของ DBA (Database Administrator เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล)

หากท่านติดตั้ง IIS และเปิดใช้งานไว้แล้ว จากนั้นติดตั้งหรือกำหนดค่าเริ่มต้นให้ SSRS อาจเกิดปัญหาด้านความขัดยังกันระหว่างเซอฟเวอร์ทั้งสองตัว ท่านอาจพบว่าเมื่อทำรายงานแล้วและใช้เว็บ เบราวเซอร์เปิดหน้ารายงาน อาจะเกิดปัญหาว่าเบราวเซอร์จะติดต่อกับเซอฟเวอร์ผิดตัว (ที่ถูกคือต้องติดต่อกับ SSRS แต่เบราวเซอร์กลับไปติดต่อกับ IIS แทน) ดังนั้นเพื่อตัดปัญหานี้ ก่อนการติดตั้ง SQL2008 ท่านควรจะถอดถอน IIS ออกไปเสียก่อนซึ่งมีวิธีทำดังนี้

ภาพ ฉ-1 : เปิดคอนโทรลพาแนลโดยกดปุ่ม Start / Settings / Control Panel

ภาพ ฉ-2 : ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Add or Remove Programs

ภาพ ฉ-3 : จะเห็นกรอบข้อความ Add or Remove Programs ปรากฏขึ้น ให้กดปุ่มที่เขียนว่า Add/Remove Windows Components

ภาพ ฉ-4 : จะเห็นกรอบข้อความ Windows Components Wizard แสดงรายการคอมโพเนนท์ต่างๆ ของวินโดวส์ที่ท่านติดตั้งไว้ ไล่หาบรรทัดที่มีข้อความว่า "Internet Information Services (IIS)" เมื่อพบแล้วให้ดูว่ากรอบสี่เหลี่ยมด้านหน้ามีเครื่องหมายถูกหรือไม่ หากไม่มีแสดงว่า IIS ไม่ได้ถูกติดตั้งไว้ หากมีให้เอาออก แล้วกดปุ่ม Next แล้วทำตามขั้นตอนที่เหลือให้ครบเพื่อถอดถอน IIS

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 1

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

เครื่องมือและการติดตั้ง: ตอน 1

ตอน 1 2 3 4 5 6

เครื่องมือที่ท่านจำเป็นต้องใช้ในการเรียนหนังสือเล่มนี้มีอยู่สามอย่างคือคอมพิวเตอร์เพื่อใช้จัดตั้งเป็นเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการฐานข้อมูล โปรแกรม Microsoft Visual Studio 2008 เพื่อใช้ฝึกหัดสร้างรายงาน เขียนสพร็อกซ์แบบ CLR และเรียนการเขียนคิวรีแบบ LINQ และโปรแกรม Microsoft SQL Server 2008 ซึ่งเป็นโปรแกรม RDBMS ในบทนี้ผู้เขียนจะอธิบายรายละเอียดวิธีติดตั้งและวิธีกำหนดค่าเริ่มต้นของโปรแกรมทั้งสอง

ฉ.1. ฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้
ฮาร์ดแวร์สำหรับใช้เพื่อการศึกษาการทำงานและการจัดตั้งเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการทดสอบ (test server) สามารถใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดาราคาปานกลางได้ แต่ถ้าต้องการจัดตั้งเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการใช้งานจริง (production server) ในงาน OLTP (2.2) ที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่นควรเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความเชื่อถือได้

ฮาร์ดแวร์สำหรับใช้เพื่อการศึกษาการทำงานและการจัดตั้งเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการทดสอบเป็นดังนี้

•    ซีพียู: เพนเทียมสี่หรือเทียบเท่าหรือดีกว่า
•    แรม: สองกิกกะไบต์หรือมากกว่า
•    ฮาร์ดดิสก์: มีเนื้อที่ว่างห้าสิบกิกกะไบต์หรือมากกว่า

 

ฉ.2. ระบบปฏิบัติการ
ควรใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พี วินโดวส์ วิสตา หรือวินโดวส์ เซอฟเวอร์ 2008 หรือวินโดวส์เวอร์ชันอื่นๆ ที่ใหม่กว่า สามารถใช้ได้ทั้งแบบสามสิบสองบิตและหกสิบสี่บิต ในบทนี้จะอธิบายโดยแสดงตัวอย่างการติดตั้งในวินโดวส์เอ็กซ์พีแบบสามสิบสองบิต

 

ฉ.3. ลำดับการติดตั้ง
การติดตั้งเครื่องมือต่างๆ เพื่อการศึกษาการทำงานและการจัดตั้งเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการทดสอบจำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับที่ถูกต้อง เพราะหากทำผิดขั้นตอนการติดตั้งอาจล้มเหลว จากการทดลองหลายครั้งในลักษณะต่างๆ ผู้เขียนพบว่าควรดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.    เตรียมการก่อนติดตั้ง
2.    จัดการกับ IIS
3.    ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Visual Studio 2008
4.    ติดตั้งโปรแกรม Microsoft SQL Server 2008
5.    ตั้งค่า Reporting Services

 

ฉ.4. เตรียมการก่อนติดตั้ง
มีสิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมการเบื้องต้นก่อนการติดตั้งเครื่องมือใดๆ เพื่อการศึกษาการทำงานและการจัดตั้งเครื่องแม่ขายผู้ให้บริการเพื่อการทดสอบดังต่อไปนี้

1.    ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์แล้วติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พี หากติดตั้งลงในวินโดวส์เอ็กซ์พีที่ใช้งานมานานแล้ว และมีโปรแกรมต่างๆ ติดตั้งทำงานอยู่มาก มีความเป็นไปได้สูงที่การติดตั้งจะล้มเหลว
2.    ดาวน์โหลดและติดตั้งเซอร์วิสเพ็กของระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีอัพเดตล่าสุดจากเว็บไซต์ของบริษัทไมโครซอฟต์ เซอร์วิสเพ็กที่ผู้เขียนใช้อัพเดตในการทดสอบนี้คือ SP3 (WindowsXP-KB936929-SP3-x86-ENU.exe)
3.    ดาวน์โหลดและติดตั้งดอตเน็ตเฟรมเวิร์คเวอร์ชันใหม่สุดจากเว็บไซต์ของบริษัทไมโครซอฟต์ เวอร์ชันที่ใช้ในขณะทดสอบเป็น .NET Framework 3.5 SP1
4.    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ติดตั้ง Internet Information Service (ดูวิธีทำในหัวข้อต่อไป)

ตอน 1 2 3 4 5 6

 

นอร์มัลไลเซชัน : ตอน 3

 

 
Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

 

นอร์มัลไลเซชัน : ตอน 3

 

6.8. วิธีทำนอร์มัลฟอร์มระดับต่างๆ
ท่านได้อ่านนิยามของนอร์มัลฟอร์มระดับต่างๆ ไปแล้ว ในหัวข้อต่อไปนี้ท่านจะได้เรียนรายละเอียดของนอร์มัลฟอร์มแต่ละแบบ

6.9. วิธีทำ 1NF

6.9.1. การทำ 1NF ทางทฤษฏี
ขั้นตอนการทำ 1NF มีดังนี้
•    กำจัดกลุ่มที่ซ้ำ
•    นิยาม PK (หนึ่งหรือหลายกุญแจ)
•    ทำให้ข้อมูลทุกแถวแตกต่างกันและอ้างถึงได้ด้วย PK ห้ามการมีค่าซ้ำใน PK
•    คอลัมน์ทุกคอลัมน์ต้องขึ้นกับ PK อาจเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้
•    ทุกคอลัมน์ต้องเป็นค่าโดดๆ (มีค่าเดียวไม่ใช่ดาต้าคอลเลคชัน เช่นอาร์เรย์ หรือค่าหลายค่าที่คั่นด้วยลูกน้ำ)

6.9.2. การทำ 1NF ทางปฏิบัติ
การทำ 1NF คือการขจัดคอลัมน์ที่มีข้อมูลซ้ำกันด้วยการสร้างตารางใหม่ โดยให้ตารางเดิมเป็น PT ตารางใหม่เป็น CT แล้วเชื่อมโยงกันแบบ master-detail อันเป็นความความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลาย ยกตัวอย่างเช่นในภาพ 6-7 จะเห็นว่าตารางทางขวามือเป็นข้อมูลดิบ คอลัมน์ซ้ายสุดคือ Author มีข้อมูลซ้ำกันอยู่สามกลุ่มคือนักเขียนชื่อ Azimov, Blish และ Niven ซึ่งเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์สามคน สาเหตุที่มีข้อมูลซ้ำเพราะนักเขียนแต่ละคนมีหนังสือมากกว่าหนึ่งเล่ม

คอลัมน์ถัดมาคือ Title เป็นคอลัมน์ซึ่งทำหน้าที่เก็บรายชื่อหนังสือ ก็มีข้อมูลซ้ำกันเป็นกลุ่มๆ อีกเพราะหนังสือหนึ่งเรื่องอาจมีการพิมพ์หลายครั้งหรือมีจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ (เช่นปกอ่อน ปกแข็ง เป็นเทปบันทึกเสียง ฯลฯ)   คอลัมน์ถัดมาคือ ISBN หรือเลขเรียกหนังสือซึ่งไม่มีข้อมูลซ้ำกันเลย เพราะหมายเลข ISBN แตกต่างกันไปในหนังสือแต่ละเล่มเสมอ คอลัมน์สุดท้ายซึ่งเป็นคอลัมน์ขวาสุดคือ PAGE หรือจำนวนหน้า มีข้อมูลซ้ำกันบ้างแต่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ระหว่างกัน การมีจำนวนหน้าเท่ากันเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น

ทางซ้ายคือโครงสร้างของตาราง AuthorsBooks ซึ่งเป็นตารางที่ยังไม่ได้ทำนอร์มัลไลซ์ (คือตารางที่อยู่ในระดับ 0NF) โปรดสังเกตว่าในตารางมีคอลัมน์ซ้ำๆ กันอยู่เป็นกลุ่ม การพิจารณาตารางนี้และใช้เพียงสามัญสำนึกท่านย่อมตระหนักว่ามันควรจะถูกทำนอร์มัลไลซ์ไปเป็นระดับที่สูงขึ้น (คือระดับ 1NF)

ภาพ 6-7 : ตารางในระดับ 0NF

 

ในตัวอย่างนี้ Azimov คือผู้มีหนังสือมากสุดถึงสิบเอ็ดเล่ม ผู้เขียนจึงเผื่อคอลัมน์ไว้เก็บรายชื่อหนังสือถึงสิบเอ็ดคอลัมน์ แต่ Blish มีหนังสือเพียงสองเล่ม และ Niven มีหนังสือเพียงสามเล่ม ดูในรูป 6-8 ท่านจะเห็นว่าตารางในระดับ 0NF ไม่ดีเพราะมีข้อมูลที่เป็น NULL มากจึงมีพื้นที่เสียเปล่าไปเป็นจำนวนมาก

ภาพ 6-8 : ตารางในระดับ 0NF ไม่ดีเพราะมีข้อมูลที่เป็น NULL และพื้นที่เสียเปล่าไปจำนวนมาก

 

หากต้องการใช้ตารางในระดับ 0NF และต้องการประหยัดเนื้อที่ก็สามารถทำได้โดยกำหนดให้มีคอลัมน์ TITLE เพียงอันเดียว (ไม่ใช่มี 11 อันอย่างในภาพ 6-7)  แล้วเก็บข้อมูลหนังสือทุกเล่มไว้ภายในคอลัมน์เดียวกัน โดยใช้เครื่องหมายพิเศษเช่นลูกน้ำ เพื่อแบ่งชื่อหนังสือแต่ละชื่อออกจากกัน ดังแสดงในภาพ 6-9

ภาพ 6-9 : การเก็บข้อมูลหนังสือทุกเล่มไว้ภายในคอลัมน์เดียวแล้วใช้เครื่องหมายลูกน้ำแบ่งชื่อหนังสือออกจากกัน

 

ภาพ 6-10 เป็นแผนภูมิ ER แสดงการทำ 1NF เพื่อกำจัดคอลัมน์ที่ซ้ำกันโดยสร้างตารางขึ้นอีกตารางหนึ่ง จะได้เป็น PT คือ Author และ CT คือ Book สองตารางนี่เชื่อมโยงกันด้วยความสัมพันธ์แบบ master-detail อันเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลาย

ภาพ 6-10 : การทำ 1NF เพื่อกำจัดคอลัมน์ที่ซ้ำกันโดยสร้างตารางขึ้นอีกตารางหนึ่ง

 

ภาพ 6-11 เป็นแผนภูมิ ER แสดงการทำ 1NF ในลำดับต่อไปคือการนิยาม PK ทั้งใน PT และ CT โดยกำหนดให้ PT มี  PK เป็นคอลัมน์ชื่อนักเขียน (ไม่ได้สร้างกุญแจแทนขึ้นจากชื่อนักเขียน)  ส่วน CT มี PK เป็นแบบกุญแจร่วม (composite key หรือ compound key คือมีข้อมูล  ซ้ำกันอยู่ในทั้งสองตาราง) คือใช้ชื่อหนังสือ, รหัสหนังสือ  และชื่อนักเขียนเป็น PK และใช้คอลัมน์ชื่อนักเขียนทำหน้าที่เป็น FK เพื่อเชื่อมโยงกลับไปยัง PT

ภาพ 6-11 : การนิยาม PK ทั้งใน PT และ CT

 

ภาพ 6-12 คือผลลัพธ์จากการทำ 1NF จะเห็นว่า 1NF ดีกว่าตาราง 0NF ตรงที่เป็นฐานข้อมูลแบบสัมพันธ์ เก็บข้อมูลได้โดยไม่จำกัดจำนวนหนังสือ (ใน 0NF ผู้เขียนต้องกำหนดจำนวนคอลัมน์ TITLE เท่ากับจำนวนหนังสือที่คิดว่ามากที่สุด ในตัวอย่างที่ผ่านมากำหนดไว้ 11 เล่ม หากมีนักเขียนที่มีหนังสือเกิน 11 เล่มก็จะเก็บไม่ได้)  และมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบดีกว่าเดิม แต่ 1NF ยังมีปัญหาเรื่องข้อมูลซ้ำซ้อน ทำให้ยังเปลืองเนื้อที่เก็บในฮาร์ดดิสก์อยู่ดี

ภาพ 6-12 : ผลลัพธ์ของการทำ 1NF คือตารางสองตาราง PT คือ Author (ทำหน้าที่เป็น master) และ CT คือ Book (ทำหน้าที่เป็น detail)