เฉลยคำถามท้ายบท [3]


Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

เฉลยคำถามท้ายบท [3]

บทที่ 9

1. สถาปัตยกรรมแบบ ฟอน นอยมานเป็นอย่างไร

สถาปัตยกรรมที่มีโปรเซสเซอร์เพียงตัวเดียว

2. การคิดแบบ PL เป็นอย่างไร

คือคิดแบบแยกย่อยประบวนการเป็นขั้นตอนเล็กๆ เพื่อดำเนินการตามลำดับ

3. การคิดแบบเซตเป็นอย่างไร

คิดเป็นภาพรวมทั้งหมด หรือเป็นก้อนใหญ่ทั้งก้อนไปในทีเดียวกัน

4. ตารางเทียมแบ่งออกเป็นกี่แบบ

สามแบบคือ ตารางช่วย (Auxiliary Table) ตารางชั่วคราว (Temporal Table) ตารางเสมือน (Virtual Table)

5. แบบจำลองในการเขียนโปรแกรมมีทั้งหมดกี่แบบ

แบบเน้นกระบวนการ (Procedural Programming)แบบเน้นฟังก์ชัน (Functional Programming)

แบบเน้นข้อกำหนด (Constraint Programming) แบบเน้นวัตถุ (OOP)

6. ดาต้าโมเดลคืออะไร

แบบจำลองข้อมูลลักษณะการเก็บข้อมูลในโลกของฐานข้อมูลสัมพันธ์

7. คอลัมน์คืออะไร

คือการแบ่งข้อมูลในแถวออกเป็นส่วนๆ

8. แถวคืออะไร

คือการแบ่งข้อมูลในตารางออกเป็นส่วนๆ

9. คิวรีคืออะไร

ในหนังสือเล่มนี้หมายถึงคำสั่งภาษา T-SQL ทั้งหมด

10. โมเลกุลคืออะไร

การเก็บค่าหลายๆ ค่าไว้ภายในคอลัมน์เดียว

11. หน่วยข้อมูลแบบไอโซเมอร์คืออะไร

หน่วยข้อมูลสองหน่วยที่มีข้อมูลเดี่ยวจำนวนเท่ากันและชนิดเดียวกัน

12. ตัวแสดงแทนคืออะไร

โค้ดให้ส่งค่ากลับเป็นค่างคงที่เพื่อให้โค้ดที่เรียกใช้สามารถรันได้เหมือนมีเมธอดที่เขียนเสร็จแล้วจริงๆ

13. อะมีบาเทียบได้กับอะไร

การทำงานของคิวรีที่สามารถแตกตัวออกเป็นตัวประมวลผลใหม่จำนวนมากและกระจายงานให้ทำพร้อมๆ กันได้

14. Derived Table คืออะไร

ตารางชั่วคราวที่เกิดจากการทำงานของคิวรี

 

บทที่ 10

1. ภาษา T-SQL ถูกออกแบบมาอย่างไร

ให้มีรูปแบบคำสั่งคล้ายภาษามนุษย์ หรือภาษาธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์หรือนักคอมพิวเตอร์ สามารถป้อนพิมพ์คิวรีเพื่อดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลได้เอง

2. คำสั่ง GO ทำหน้าที่อะไร

กำหนดจุดสิ้นสุดของแบตช์

3. คำสั่ง USE ทำหน้าที่อะไร

กำหนดฐานข้อมูลที่ต้องการทำคิวรี

4. เครื่องหมาย ; มีหน้าที่อะไร

ระบุจุดสิ้นสุดของบรรทัดคำสั่ง

5. เครื่องหมายขีดลบติดกันสองอัน (–) ใช้ทำหน้าที่อะไร

กำหนดหมายเหตุหรือคอมเมนท์แบบ ANSI

6. เครื่องหมาย @ มีหน้าที่อะไร

มีไว้ใส่นำหน้าชื่อตัวแปร

7. ขอบเขตของตัวแปรท้องถิ่นเป็นอย่างไร

มีขอบเขตหรือมีชีวิตอยู่ภายในแบตช์ที่ประกาศมันเท่านั้น

8. คำสั่ง Step over ใช้ทำอะไร

รันโค้ดข้ามส่วนสพร็อกซ์ ฟังก์ชัน ทริกเกอร์ ที่ปรากฏอยู่ภายในคิวรี

9. ตัวแปรแบบใดเก็บค่าเป็นโรวเซต

ตัวแปรแบบตาราง (table variable)

10. การกำหนดค่าตัวแปรด้วย SET และ SELECT แตกต่างกันอย่างไร

คำสั่ง SET นำค่ามาจากค่าคงที่หรือนิพจน์ ส่วนคำสั่ง SELECT นำค่ามาจากตาราง

11. คำสั่ง Begin/End มีหน้าที่อะไร

ช่วยให้กำหนดบล็อกเพื่อให้คำสั่งต่างๆ ที่จะทำงานเมื่อเงื่อนไขของ IF เป็นจริงมีได้หลายบรรทัด

12. คำสั่ง WAITFOR ใช้ทำอะไร

ใช้ทำให้โปรแกรมหยุดรอตามเวลาที่กำหนด โดยช่วงที่หยุดรออาจกำหนดเป็นวินาที หรือกำหนดให้หยุดรอจนถึงเวลาที่กำหนด

13. คำสั่ง CASE แตกต่างจากคำสั่ง IF อย่างไร

คำสั่ง IF ใช้กับบล็อกของโค้ดภายนอกคิวรี ส่วนคำสั่ง CASE ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขและทำงานภายในคิวรี

14. ตัวแปรโกลบอลคืออะไร

คือตัวแปรของระบบเพื่อใช้เรียกดูสถานะ

15. ชื่อตัวแปรท้องถิ่นควรเขียนแบบใด

ปาสคาล

16. อินเตอร์เซคคืออะไร

คือตัวกระทำทางเซต เมื่อ x = A ∩ B ค่าของ x จะเป็นหน่วยต่างๆ ที่มีซ้ำกันอยู่ในทั้ง A และ B

17. คำสั่ง TOP ใช้ทำหน้าที่อะไร

ใช้ร่วมกับคำสั่ง SELECT เพื่อกำหนดจำนวนแถวที่ต้องการให้ฉายแสดง

 

บทที่ 11

1. ท่านสามารถสร้างตารางในฐานข้อมูลได้กี่ตาราง

สองพันล้านตาราง

2. ในหนึ่งตารางเก็บข้อมูลได้กี่แถว

เก็บได้ไม่จำกัดจนกว่าฮาร์ดดิสก์จะเต็ม

3. ภายในหนึ่งตารางมีดรรชนีได้กี่ดรรชนี

หนึ่งพันดรรชนี

4. คำว่า dbo คืออะไร

ย่อจาก Database Owner หมายถึงผู้สร้างฐานข้อมูลนั้น

5. ตัวกำหนด IGNORE_DUP_KEY ทำหน้าที่อะไร

ทำหน้าที่กำหนดว่าจะให้แสดงเออเรอร์เมื่อพบค่าในกุญแจซ้ำกันหรือไม่

6. วิธีเรียกดูรายการออพเจ็กต์ที่ผูกอยู่กับตารางทำอย่างไร

ทำได้โดยเรียกดูวิวชื่อ sys.dm_sql_referencing_entities

 

บทที่ 12

1. DT คืออะไร

คือ Derived Table เป็นตารางเสมือนที่เกิดจากผลลัพธ์ของคำสั่ง SELECT

2. คำสั่ง WHERE มีหน้าที่อะไร

ใช้คัดกรองแถวข้อมูลใน DT ที่เกิดจากผลลัพธ์ของคำสั่ง SELECT

3. คำสั่ง DISTINCT ทำหน้าที่อะไร

กำจัดข้อมูลซ้ำภายใน DT

4. การคัดกรองด้วยเงื่อนไขหลายอย่างทำอย่างไร

ใช้คำสั่ง WHERE ร่วมกับตัวกระทำตรรกะ AND และ OR

5. คำสั่ง AS ใช้ทำอะไร

ใช้กำหนดชื่อเล่นให้คอลัมน์ของ DT

6. การสุ่มดูข้อมูลในตารางทำอย่างไร

ใช้คำสั่ง TABLESAMPLE หรือใช้คำสั่ง ORDER BY ร่วมกับฟังก์ชัน NEWID()

7. ตรวจสอบหาค่า NULL ทำอย่างไร

ใช้คำสั่ง IF NULL

8. ตรวจสอบหาค่าที่ไม่ใช่ NULL ทำอย่างไร

ใช้คำสั่ง IF NOT NULL

9. คำสั่ง LIKE มีประโยชน์อย่างไร

ค้นหาข้อความที่รู้ค่าเพียงบางส่วน หรือต้องการดูข้อมูลหลายๆ แถวที่มีข้อความคล้ายๆ กัน

10. ตัวกำหนด DESC ทำหน้าที่อะไร

เรียงลำดับกลับด้านจาก Z ไป A

11. เมตาดาต้าชื่อ INFORMATION_SCHEMA.TABLES มีประโยชน์อย่างไร

ใช้เรียกดูรายชื่อตารางทั้งหมดในฐานข้อมูลหนึ่งๆ

12. วิธีเรียกดูรายชื่อคอลัมน์ทั้งหมดในตารางทำอย่างไร

ใช้เมตาดาต้าชื่อ INFORMATION_SCHEMA.COLUMNS

13. คำสั่ง UNION ALL ใช้ทำอะไร

จับสอง DT จากสองคิวรีมารวมเป็น DT เดียว

14. ตารางที่ UNION กันได้ต้องเป็นอย่างไร

ต้องเป็นตารางที่เข้ากันได้ในทางยูเนียนหรือ Union Compatible Tables

15. Cartesian product คืออะไร

คือการจับคู่ทุกแบบหรือทุกความเป็นไปได้ระหว่างแถวข้อมูลในสองตาราง

16. การจอยแบบใดให้ผลลัพธ์เหมือน Cartesian product

INNER JOIN

17. ฟังก์ชัน SUBSTING ทำหน้าที่อะไร

นำตัวอักษรในสตริงมาแยกออกเป็นตัวๆ

18. ฟังก์ชัน LEN มีหน้าที่อะไร

ให้ข้อมูลความยาวของสตริง

19. คำสั่ง WITH ใช้ทำอะไร

ใช้สร้างคิวรีแบบ "นิพจน์ตารางร่วม" Common Table Expression

20. แอกริเกต (Aggregate) คืออะไร

คือการหาผลรวมของจำนวนเลขจากข้อมูลหลายๆ แถว

21. การเปรียบเทียบชั่วโมงของเวลาสองเวลาทำอย่างไร

ใช้ฟังก์ชัน DATEDIFF กำหนดพารามิเตอร์เป็น DAY แล้วคุณด้วย 24 คือ DATEDIFF(DATE, day1, day2) * 24

22. การเปรียบเทียบนาทีของเวลาสองเวลาทำอย่างไร

ใช้ฟังก์ชัน DATEDIFF กำหนดพารามิเตอร์เป็น DAY แล้วคุณด้วย 24 แล้วคุณด้วย 60 คือ DATEDIFF(DATE, day1, day2) * 24 * 60

23. การสร้าง Pivot table ทำอย่างไร

ทำได้โดยใช้คำสั่ง COALESCE และ ROLLUP

 

บทที่ 13

1. RC คืออะไร

คือแคลคูลัสที่คอดด์พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ทำงานกับฐานข้อมูลสัมพันธ์โดยเฉพาะ

2. ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ RC คืออะไร

เน้นตัวแปรย่าน

3. ตัวแปรย่านคืออะไร

เป็นตัวแปรที่มีค่าเป็นทูเพิลในตาราง คือตัวแปรซึ่งเก็บอนุญาตให้เก็บได้เฉพาะทูเพิลในตารางเท่านั้น

4. แคลคูลัสแบบที่เน้น RV เรียกว่าอะไร

เรียกว่าแคลคูลัสภาคทูเพิล

5. เพราะอะไรจึงต้องเสียเวลาเรียน RC

เพราะภาษา T-SQL มีต้นกำเนิดมาจาก RC

6. DT คืออะไร

คือตารางเทียมซึ่งเกิดจากแถวและคอลัมน์ที่เป็นผลลัพธ์ของคิวรี

7. ตัวแปรชี้ทูเพิลคืออะไร

คือตัวแปรนี้ทำหน้าที่เหมือนมือชี้ที่คอยชี้ไล่ไปตามข้อมูลแต่ละแถว เพื่อตรวจดูว่าแถวที่กำลังชี้อยู่มีข้อมูลตรงกับเงื่อนไขหรือไม่

8. การฉายแสดงคอลัมน์ทั้งหมดดีหรือไม่

ไม่ดีเพราะตารางบางตารางอาจมีคอลัมน์เป็นร้อยทำให้ข้อมูลล้นจอหรือหน้ากระดาษและช้าเพราะมีปริมาณข้อมูลไหลจำนวนมาก

9. ชื่อเล่นหรือ Alias มีประโยชน์อย่างไร

ช่วยทำให้คิวรีกระชับและอ่านง่ายขึ้น

10. การจอยแบ่งออกเป็นประเภทหลักกี่แบบ

แบ่งออกเป็นสองแบบคือ “การจอยสามัญ” และ “การจอยมีเงื่อนไข”

11. CROSS JOIN คืออะไร

คือการจอยแบบคาร์ทีเซียนโดยไม่มีเงื่อนไข

12. INNER JOIN คืออะไร

เหมือน CROSS JOIN แต่ต้องระบุเงื่อนไขในการจอย

13. การอ่าน RCE ควรอ่านทิศทางใด

อ่านไล่จากขวาไปซ้าย

14. วิวมีประโยชน์อย่างไร

ทำให้คิวรีซับซ้อนน้อยลง

15. เครื่องหมาย $ คืออะไร

หมายถึง "มีปรากฏในแถว”

16. การเขียน RCE ช่วยให้การสร้างคิวรีง่ายขึ้นเพราะอะไร

เพราะการตรวจสอบความถูกต้องของคิวรีขณะอยู่ในรูปของ RCE ทำได้ง่ายกว่าตอนแปลเป็นภาษา T-SQL แล้ว

17. RC มีวิธีคิดอย่างไร

มีวิธีคิดอย่าง NP คือไม่เน้นกระบวนการคือใกล้เคียงกับการสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ

 

บทที่ 14

1. ทูเพิลคืออะไร

มีความหมายเดียวกับคำว่าแถวข้อมูล (Row) ในตาราง

2. เซตคืออะไร

คือรีเลชันที่ไม่มีทูเพิลซ้ำกัน

3. แบ็กคืออะไร

คือรีเลชันที่มีทูเพิลซ้ำกัน

4. ตัวถูกดำเนินการแบบอะตอมคืออะไร

หมายถึงตัวถูกดำเนินการที่เป็นหน่วยๆ เดียว แบ่งแยกไม่ได้

5. ตัวดำเนินการในวิชา RA แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

สี่ คือ ตัวดำเนินการทางเซตธรรมดา ตัวดำเนินการที่ทำหน้าที่ตัดบางส่วนของความสัมพันธ์ ตัวดำเนินการซึ่งทำหน้าที่นำความสัมพันธ์สองชุดมารวมเข้าด้วยกัน ตัวดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนชื่อ

6. DT คืออะไร

Derived Table รีเลชันเสมือนที่เกิดจากผลลัพธ์ของคิวรี มีความหมายเดียวกับ "ชุดผลลัพธ์" (Result Set ย่อ RS)

7. ตัวกระทำทางเซตทั้งเจ็ดของคอดด์มีอะไรบ้าง

ตัวคัดกรอง (Restrict) ตัวฉายแสดง (Project) การคูณ (Product) ยูเนียน (Union) อินเตอร์เซคชัน (Intersection) ดิฟเฟอร์เรนซ์ (Difference) การจอย (Join) การหาร (Divide)

8. คำสั่ง WITH มีประโยชน์อย่างไร

เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้เขียนสูตรได้กระชับเข้า

9. จงสำแดงนิยามของยูเนียน

คือผลของ a ยูเนียน b คือทูเพิล t เมื่อ a และ b เป็นรีเลชันชนิดเดียวกันและประกอบด้วยทูเพิล t ในทั้งสองรีเลชัน

10. จงสำแดงนิยามของอินเตอร์เซค

เมื่อมีรีเลชัน a และ b ซึ่งเป็นรีเลชันชนิดเดียวกัน (คือมีแอตทริบิวต์ตรงกัน) การทำอินเตอร์เซคระหว่างสองรีเลชันนี้ คือ a อินเตอร์เซค b ย่อมได้ผลลัพธ์เป็นรีเลชันที่มีชนิดเดียวกัน ภายในรีเลชันประกอบด้วยทูเพิล t ซึ่งเป็น t ที่มีอยู่ทั้งในรีเลชัน a และรีเลชัน b

11. ประโยชน์ของโปรเจคชันคืออะไร

ใช้หา "เซตย่อยทางแนวตั้ง" ของรีเลชัน คือนำมาใช้เพื่อคัดกรองเฉพาะแอตทริบิวต์ที่ต้องการออกจากแอตทริบิวต์ทั้งหมดในรีเลชัน

12. เมื่อพูดว่าจอยโดยไม่ระบุว่าเป็นการจอยแบบใดจะถือว่าคือการจอยแบบใด

จอยสามัญ

13. พีชคณิตสัมพันธ์ภาคเซตคืออะไร

คือ RA ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานกับรีเลชันที่มีทูเพิลไม่ซ้ำกันเลย

14. ตัวอักษรพาย (π) ใช้ทำหน้าที่อะไร

แทนตัวดำเนินการโปรเจคชัน

15. ตัวอักษรซิกมา (σ) ใช้ทำหน้าที่อะไร

ใช้แทนตัวดำเนินการซีเลคชัน

16. CE คืออะไร

คือนิพจน์เพื่อการเปรียบเทียบ Condition Expression คล้ายคลึงกับนิพจน์เพื่อการเปรียบเทียบในภาษาคอมพิวเตอร์ แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่าตัวถูกดำเนินการต้องเป็นค่าคงที่ หรือไม่ก็เป็นแอตทริบิวต์ในรีเลชัน

17. ทำไมจึงต้องทำจอย

เพราะได้แยกข้อมูลพาดพิงต่างๆ ออกเป็นรีเลชันย่อยหลายรีเลชันตอนทำนอร์มัลไลซ์

18. เทรตาจอยคืออะไร

การจอยที่กำหนดเงื่อนไขได้

19. RAET คืออะไร

Relative Algebra Expression Tree คือการเขียน RAE ให้เป็นแผนภูมิต้นไม้

20. อักษร r (ตัวอักษรกรีก Rho) ใช้แทนอะไร

ตัวดำเนินการเปลี่ยนชื่อ

21. การทำอินเตอร์เซคชันอาจใช้วิธีใดแทนได้

การหาผลต่าง

22. การทำเทรตาจอยอาจใช้วิธีใดแทนได้

การหาผลคูณคาร์ทีเซียนร่วมกับซีเลคชัน

23. LE คืออะไร

นิพจน์เชิงเส้น Linear Expression คือนิพจน์ที่แสดงการทำงานการเรียงตามลำดับของกระบวนการ

24. LN คืออะไร

สัญลักษณ์เชิงเส้น (Linear Notation) คือการกำหนดชื่อให้แก่โหนดต่างๆ ของต้นไม้ในแต่ละช่วงการทำงาน

25. ซีเลคชันมีประโยชน์อย่างไร

คัดกรองทูเพิลตามเงื่อนไขที่กำหนด

26. คิวรีที่ให้ DT เป็นแบ็กดีกว่าเซตหรือไม่อย่างไร

ดีกว่าเพราะทำงานเร็วกว่าและกินทรัพยากรของระบบน้อยกว่า

27. ตัวดำเนินการใดที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกันไม่ว่าจะทำกับเซตหรือแบ็ก

อินเตอร์เซคชัน และดิฟเฟอร์เรนซ์

28. ตัวดำเนินการใดที่ให้ผลลัพธ์ต่างกันเมื่อทำกับเซตและแบ็ก

ยูเนียน

29. กฎการสลับที่ของยูเนียนเป็นอย่างไร

R u S = S u R

30. กฎการกระจายสำหรับยูเนียนเป็นอย่างไร

(R u S)-T = (R-T) u (S-T)

31. เมื่อทำโปรเจคชันกับแบ็กและเซตแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

แตกต่างกัน เมื่อทำโปรเจคชันแบบแบ็กจะย่อมให้ DT ที่มีทูเพิลที่ซ้ำกันได้ แต่เมื่อทำโปรเจคชันแบบเซตจะตัดทูเพิลซ้ำออกจาก DT

32. ตัวดำเนินการเพิ่มจากของคอดด์มีกี่ตัว อะไรบ้าง

มีหกตัวคือ ตัวตัดข้อมูลซ้ำ ตัวหาผลรวม ตัวจัดกลุ่ม ตัวเรียงข้อมูล ตัวเสริมโปรเจคชันและ Outerjoin

33. Outerjoin คืออะไร

คือจอยแบบพิเศษที่รวม DLT ไว้ใน DT ด้วย

 

บทที่ 15

1. คำสั่ง IN ทำหน้าที่อะไร

ช่วยให้ดึงค่าที่กระจายอยู่หลายๆ แห่งในตารางได้ง่ายขึ้น

2. ประโยชน์จริงๆ ของคำสั่ง IN คืออะไร

คือการนำไปใช้ในคิวรีซ้อนคิวรี

3. คิวรีย่อยที่คืนค่าเดี่ยวเหมาะใช้ทำอะไร

ทำ SELECT เพื่อดึงเซตย่อยของแถวในตาราง

4. คิวรีย่อยเพื่อการตรวจหาค่าคืออะไร

คือคิวรีย่อยเพื่อที่ใช้คำสั่ง EXITS ทำหน้าที่ตรวจดูว่า SQEC มีค่าที่ต้องการหรือไม่โดยไม่สนใจว่า SQEC ส่งค่ากลับมากี่แถวหรือมีค่าอะไรบ้าง

5. คิวรีหลายชั้นมีประโยชน์อย่างไร

เปรียบเทียบค่ากับผลลัพธ์ที่มาจากการหาผลรวมและหาค่ากลับตรรกะ

เฉลยคำถามท้ายบท [2]


Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

เฉลยคำถามท้ายบท [2]

บทที่ 5

1. ERD มีประโยชน์อย่างไร

แสดงภาพความสัมพันธ์ภายในเอนทิตี และระหว่างเอนทิตี

2. ตีนกามีหน้าที่อะไร

ใช้เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลาย (one-to-many) หรือหลายต่อหลาย (many-to-many)

3. ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งพบได้ในกรณีใด

การแปลงนอร์มัลฟอร์มระดับที่สี่เพื่อขจัดค่า NULL ออกจากตารางแม่

4. ความสัมพันธ์แบบหลายต่อหลายคืออะไร

หมายถึงทุกๆ แถวในตาราง ก อาจเชื่อมโยงกับหลายๆ แถวในตาราง ข

5. สัญลักษณ์รูปวงกลมและขีดหนึ่งขีดใช้แทนอะไร

แสดงความสัมพันธ์แบบศูนย์และหนึ่ง

6. ความสัมพันธ์แบบจำแนกได้คืออะไร

คือความสัมพันธ์แบบที่ตารางลูกถูกแยกแยะโดยตารางแม่ในบางส่วน และถูกกำหนดความผู้พันธ์ในอีกบางส่วน

7. ความสัมพันธ์แบบจำแนกไม่ได้เป็นอย่างไร

คือความสัมพันธ์แบบที่ตารางลูกไม่ขึ้นกับตารางแม่ คือกุญแจหลักของตารางลูกไม่ใช่กุญแจเดียวกับกุญแจหลักในตารางแม่

8. ตารางผูกพันคืออะไร

คือตารางที่มีกุญแจนอกเป็นกุญแจหลักที่มาจากตารางแม่

9. กุญแจหลักมีหน้าที่อะไร

ทำหน้าที่แยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อมูลแถวต่างๆ ในตาราง

10. กุญแจเอกลักษณ์คืออะไร

หน้าที่แยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อมูลแถวต่างๆ

 

บทที่ 6

1. นอร์มัลไลเซชันคืออะไร

กระบวนการลดทอนความซ้ำซ้อนข้อข้อมูล หรือการตัดส่วนที่ซ้ำกันโดยไม่จำเป็นในตาราง

2. อะนอมาลิคืออะไร

รูปแบบที่ไม่พึงประสงค์ทำให้เกิดความผิดพลาดเมื่อเพิ่มลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล

3. กุญแจเสนอคืออะไร

คือคอลัมน์ที่อาจนำมาใช้ทำ PK ได้

4. การพาดพิงหลายค่า (MVD) คืออะไร

คือกรณีที่ตารางมีสองคอลัมน์ และคอลัมน์หนึ่งเป็น PK และอีกคอลัมน์หนึ่งมีข้อมูลแบบคอลเลคชัน

5. การพาดพิงบางส่วน (PD) คืออะไร

เกิดขึ้นเมื่อคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งมีภาวะ FFD กับคอลัมน์ที่เป็น PK ซึ่งเป็น CK

6. นอร์มัลฟอร์มระดับที่หนึ่งทำได้อย่างไร

ตัดข้อมูลที่ซ้ำกันเป็นกลุ่ม ทำให้สามารถจำแนกข้อมูลทุกแถวในทุกตารางได้ด้วย PK

7. นอร์มัลฟอร์มระดับที่สองทำได้อย่างไร

ทำให้คอลัมน์ที่ไม่ใช่กุญแจเป็น FFD ของคอลัมน์ที่เป็น PK และห้ามไม่ให้มี PD

8. นอร์มัลฟอร์มระดับที่สามทำได้อย่างไร

กำจัดคอลัมน์ที่พาดพิงทางอ้อมกับคอลัมน์ที่เป็น PK

9. นอร์มัลฟอร์มแบบบอยซ์-คอดด์ทำได้อย่างไร

ทำให้คอลัมน์ที่เป็นตัวกำหนดทั้งหมดในตารางกลายเป็นกุญแจเสนอ

10. นอร์มัลฟอร์มระดับที่สี่มีเป้าหมายเพื่ออะไร

กำจัด MVD

 

บทที่ 7

1. RDBMS คืออะไร

คือซอฟต์แวร์ซึ่งทำหน้าที่ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล อาทิ การทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลในฐานข้อมูลเพื่อแก้ไข เพิ่ม ลบ และนำข้อมูลมาใช้ในลักษณะต่างๆ เช่นนำมาทำรายงานเป็นต้น

2. สถาปัตยกรรมแบบไคลเอนเซอฟเวอร์เป็นอย่างไร

สถาปัตยกรรมที่แยกระหว่างโปรแกรมผู้ให้บริการ (server) กับโปรแกรมผู้รับบริการ (client) โดยโปรแกรมผู้ให้บริการจะวิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายผู้ให้บริการและโปรแกรมผู้รับบริการจะวิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

3. การทำงานแบบไคลแอนท์/เซอฟเวอร์จะมีผลดีก็ต่อเมื่อเป็นอย่างไร

เมื่อแอพลิเกชันฝั่งไคลแอนท์ไม่ได้ติดต่อกับตารางในฐานข้อมูลโดยตรง แต่ทำงานผ่านตัวกลางที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเช่นสพร็อซ์

4. มิดเดิลแวร์เป็นอย่างไร

ถ้าไคลแอนท์ติดต่อกับ DS ทางอ้อม โดยไคลแอนท์ติดต่อกับเซอฟเวอร์ ก เพื่อประมวลผลและเซอฟเวอร์ ก ติดต่อกับ DS อีกทอดหนึ่ง อย่างนี้ถือว่าเซอฟเวอร์ ก เป็นมิดเดิลแวร์

5. สถาปัตยกรรมแบบ n-tier เป็นอย่างไร

กรณีที่ไคลแอนท์รันแอพลิเกชันซึ่งทำงานประสานกับมิดเดิลแวร์หลายตัว

6. SOA คืออะไร

สถาปัตยกรรมที่เน้นเซอร์วิส ไคลแอนท์รันแอพลิเกชันซึ่งทำงานประสานกับเซอร์วิสหลายตัวจากหลายแหล่ง บางครั้งเป็นการเรียกหาเซอร์วิสผ่านเว็บด้วยโปรโตคอล SOAP

7. SQL2008 สร้างอินสแตนซ์ของฐานข้อมูลได้กี่อินสแตนซ์

50

8. Query Optimizer มีหน้าที่อะไร

ทำหน้าที่หาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อจัดการกับฐานข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามคิวรี

9. ล็อกคืออะไร

กลไกที่ใช้เพื่อป้องกันการขัดแย้งกันของข้อมูลเมื่อมีผู้ใช้มากกว่าหนึ่งรายเปลี่ยนแปลงข้อมูลเดียวกันพร้อมๆ กัน

10. DML คืออะไร

คำสั่งสามัญที่ใช้บ่อย ยกตัวอย่างเช่นคำสั่ง select, insert, update และ delete

11. DDL คืออะไร

คำสั่งที่ใช้สร้าง แก้ไข หรือจัดการตาราง ข้อกำหนด และออพเจ็กต์ต่างๆ ในฐานข้อมูล ยกตัวอย่างเช่นคำสั่ง create, drop และ alter

12. ระบบปฏิบัติการ SQLOS คืออะไร

ระบบปฏิบัติการที่อยู่ภายใน SQL2008

13. Service Broker มีประโยชน์อย่างไร

ช่วยให้นักพัฒนาไม่ต้องสร้างและบริหารคิวเอง เพราะ SB จะดูแลให้โดยอัตโนมัติ

14. SMO คืออะไร

คือชุดของออพเจ็กต์ใช้ทำหน้าที่เผยให้เห็นว่า SQL2008 มีการตั้งค่ากำหนดอะไรไว้บ้าง ผู้ใช้สามารถเขียน MC เพื่ออ่านค่า SMO หรือจะเปลี่ยนแปลงค่ากำหนดเหล่านั้นก็ได้

15. BI คืออะไร

การนำข้อมูลจากดาต้าแวร์เฮาส์ (ระบบ OLAP) มาวิเคราะห์เพื่อดูพฤติกรรมในอดีต พิจารณากระบวนการในปัจจุบัน และทำนายแนวโน้มในอนาคต บางครั้งอาจเรียกการกระทำนี้ว่าระบบเพื่อช่วยการตัดสินใจ (Decision Support System ย่อ DSS)

16. SQL2008 มีเซอร์วิสใดที่เกี่ยวข้องกับ BI โดยตรง

Integration Services (SSIS)Reporting Services (SSRS) Analysis Service (SSAS)

17. SSMS คืออะไร

คือโปรแกรม Microsoft SQL Management Studio ใช้เพื่อป้อนพิมพ์คิวรีและดำเนินการต่างๆ กับ SQL2008

18. OE คืออะไร

Object Explorer ออพเจ็กต์เอ็กซ์พลอเรอร์ทำหน้าที่แสดงออพเจ็กต์ต่างๆ ในฐานข้อมูล

19. DW คืออะไร

Document Windows หน้าต่างเอกสารเป็นหน้าต่างหลักของโปรแกรม SSMS สามารถใช้แสดงสิ่งต่างๆ ได้หลายอย่าง

20. QE คืออะไร

คิวรีเอดิเตอร์ Query Editor คือบริเวณสำหรับป้อนพิมพ์คิวรีในโปรแกรม SSMS

 

บทที่ 8

1. QO คืออะไร

คือ Query Optimizer เป็นโปรแกรมภาคหนึ่งในเอนจินฐานข้อมูล มีหน้าที่วิเคราะห์และตรวจสอบคิวรี เพื่อหาทางทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพสูงสุด คือกินทรัพยากรน้อยที่สุด

2. ดรรชนีคืออะไร

คือแฟ้มข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ซึ่งมีข้อมูลที่คัดลอกมาจากตารางในฐานข้อมูล โดยคัดลอกมาเพียงบางคอลัมน์และเรียงลำดับแถวข้อมูลแล้ว

3. ดรรชนีมีประโยชน์อย่างไร

ทำให้คิวรีรวดเร็วขึ้นเพราะ QO จะใช้ดรรชนีร่วมกับข้อมูลบางส่วนในตารางจึงใช้เวลาน้อยลง

4. PKI คืออะไร

ดรรชนีกุญแจหลัก (Primary Key Indexing ย่อ PKI) คือดรรชนีที่เรียงข้อมูลตามคอลัมน์ที่เป็น PK

5. FKI คืออะไร

ดรรชนีกุญแจนอก (Foreign Key Indexing ย่อ FKI) คือการทำดรรชนีกับคอลัมน์ที่เป็น FK

6. AI คืออะไร

ดรรชนีเผื่อเลือก (Alternate Indexing ย่อ AI) คือการทำดรรชนีกับคอลัมน์ที่ไม่ใช่ PK และ FK

7. SQL2008 จะสร้างดรรชนีชนิดใดให้โดยอัตโนมัติ

PKI

8. BTree มีคุณสมบัติเด่นอย่างไร

แต่ละกิ่งก้านจะมีสองโหนด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือโหนดแม่มีโหนดลูกได้แค่สองโหนด

9. ISAM คืออะไร

Indexed Sequential Access Method เป็นโครงสร้างข้อมูลเรียบง่ายที่ใช้การเข้าถึงแบบไล่จากโหนดแรกเรื่อยไปถึงโหนดสุดท้าย

10. เอกซ์เทนท์คืออะไร

ชื่อเรียกหน่วยเก็บข้อมูลพื้นฐานในโปรแกรม SQL2008

11. เพจคืออะไร

ชื่อเรียกหน่วยเก็บข้อมูลพื้นฐานในโปรแกรม SQL2008 ระดับรองจากเอกซ์เทนท์ เพจเป็นหน่วยเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับต่ำสุดเพราะถัดจากระดับนี้จะเป็นตัวแถวข้อมูลจริงๆ

12. ข้อมูลหนึ่งแถวมีคอลัมน์ได

1,024 คอลัมน์

13. คอลเลชันคืออะไร

Collation คือกฎที่โปรแกรม SQL2008 ใช้ในการเรียงข้อมูลเมื่อทำดรรชนีและเปรียบเทียบเมื่อค้นข้อมูล

14. โหนดรากคืออะไร

โหนดที่อยู่ในระดับบนสุดในโครงสร้าง BTree

15. TS คืออะไร

Table Scan การค้นหาข้อมูลในตารางที่ไม่ได้ทำดรรชนี เป็นวิธีพื้นฐานที่สุดและช้าที่สุด

16. ISC คืออะไร

เหมือน TS ทุกอย่าง แต่ ISC เป็นการกวาดในดรรชนีซึ่งปรกติจะเล็กกว่าตารางจริงๆ มาก การทำงานของ ISC จึงรวดเร็วกว่า TS

17. ISK คืออะไร

การค้นข้อมูลที่ทำงานได้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

18. RID คืออะไร

ตัวชี้ที่โปรแกรม SQL2008 สร้างไว้ใช้อ้างอิงแถวข้อมูลในตาราง

19. ฮีพคืออะไร

คือตารางใดก็ตามที่ไม่มี CI

20. CI คืออะไร

คือดรรชนีที่สร้างไว้คู่กับ CT เป็นดรรชนีพื้นฐานที่ใช้กันมากที่สุด

21. NCIH คืออะไร

คือดรรชนีแบบ NCI ที่สร้างขึ้นไว้เพื่อทำงานคู่กับฮีพ

เฉลยคำถามท้ายบท [1]


Home Page  |   รายการบทความ   |   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง   |   laploy.com  |  เกี่ยวกับผู้เขียน

เฉลยคำถามท้ายบท [1]

บทที่ 1

1. ฐานข้อมูลคืออะไร

ฐานข้อมูลคือสถานที่เก็บข้อมูลถาวรสำหรับใช้ในองค์กรหรือเพื่อใช้ร่วมกับโปรแกรมประยุกต์

2. ข้อมูลในฐานข้อมูลแตกต่างจากข้อมูลทั่วไปอย่างไร

ข้อมูลในฐานข้อมูลเป็นแหล่งเก็บข้อมูลถาวร ข้อมูลจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้ก็ต่อเมื่อท่านสั่งให้นำไปเก็บไว้ และจะหายก็ต่อเมื่อท่านสั่งลบ ข้อมูลในฐานข้อมูลจะไม่เกิดขึ้นหรือหายไปโดยไม่เจตนา

3. ฐานข้อมูลที่ใช้ในการทำงานวันต่อวันเรียกว่าอะไร

ฐานข้อมูลเพื่อการประมวลผลทางธุรกรรม (online transaction processing ย่อ OLTP)

4. ฐานข้อมูลที่ใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจเรียกว่าอะไร

ดาต้าแวร์เฮาส์ (data warehouse)

5. คิวรี (query) คืออะไร

คือการนำคำสั่ง คำเฉพาะและชื่อตารางมาเขียนเป็นประโยคสั่งหนึ่งหรือหลายประโยคต่อกัน

6. ภาษาชื่อ SQL อ่านออกเสียงว่าอย่างไร

"เอส-คิว-เอล"

7. โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล (database management system หรือ DBMS) คืออะไร

คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ท่านสามารถจัดการกับข้อมูลได้โดยไม่ต้องสนใจฮาร์ดแวร์หรือรายละเอียดในการเก็บข้อมูลทางกายภาพ

8. ท่านจะกระทำการต่างๆ กับฐานข้อมูลได้อย่างไร

เขียนคิวรีสั่งให้ DMBS จัดการ

 

บทที่ 2

1. แอพลิเกชันคืออะไร

คือ "คำจาร์กอน" ในวงการคอมพิวเตอร์ หมายถึงซอฟต์แวร์ที่รันในคอมพิวเตอร์และทำงานบางอย่าง

2. ในเรื่องฐานข้อมูลคำว่าโปร่งใสหมายถึงอะไร

ผู้ใช้ได้รับข้อมูลจากฐานข้อมูลผ่านแอพลิเกชัน จึงไม่เห็นการทำงานหรือโครงสร้างของฐานข้อมูล นั่นคือผู้ใช้ถูกกันไว้ไม่ให้เข้าถึงฐานข้อมูลโดยตรง

3. OLTP คืออะไร

คือสถาปัตยกรรมที่มีผู้ใช้จำนวนมากเข้าถึงข้อมูลจำนวนน้อยๆ แต่ทำอย่างถี่ๆ

4. ดาต้าแวร์เฮาส์ คืออะไร

คือสถาปัตยกรรมที่มีผู้ใช้จะอัพเดตข้อมูลหรือดึงข้อมูลครั้งละมากๆ แต่มีจำนวนผู้ใช้พร้อมกันจำนวนน้อย

5. วิววัตถุคืออะไร

ตารางข้อมูลชั่วคราวที่ถูกสร้างจากตารางจริงและมีข้อมูลเก็บไว้จริงๆ

6. ชนิดข้อมูลพื้นฐานประกอบด้วยอะไรบ้าง

ตัวอักษร ตัวเลข และวันที่

7. พอยน์เตอร์คืออะไร

เป็นข้อมูลไบนารีที่ใช้สำหรับชี้ตำแหน่งข้อมูลในหน่วยความจำหรือในจานบันทึกข้อมูล

8. RDBMS คืออะไร

คือคำที่ใช้เรียกชุดโปรแกรมทั้งมวลที่ประกอบเป็นเอนจินฐานข้อมูลและโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล บางครั้งนับรวมชุดพัฒนาโปรแกรมไว้ด้วย

9. แฟ้มแบบ CSV คืออะไร

เป็นแฟ้มที่เก็บข้อมูลตัวอักษรธรรมดาข้อมูลแต่ละคอลัมน์ถูกคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคแต่ละบรรทัดถูกแยกจากกันด้วยรหัสขึ้นบรรทัดใหม่

10. จงบอกข้อดีและข้อเสียของแบบจำลองฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น

ข้อดีคือการเพิ่มลดระเบียน (record) ทำได้ง่ายมาก ข้อเสียคือการค้นหาข้อมูลทำได้ช้าเพราะต้องไล่ไปตามลำดับชั้น

11. จงบอกข้อดีและข้อเสียของแบบจำลองฐานข้อมูลสัมพันธ์

ข้อดีคือมีบูรณภาพของข้อมูลดีมาก ข้อเสียคือโปรแกรม DBMS ซับซ้อนกว่าแบบจำลอง Flat File, HDM และ NDM

 

บทที่ 3

1. การใช้งานฐานข้อมูลแบบไคลแอนเซอฟเวอร์เป็นอย่างไร

การใช้งานในสภาพแวดล้อมก่อนยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู มักเป็นการใช้งานภายในองค์กร จำนวนผู้ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร อาจมีผู้ใช้เพียงคนเดียวถึงหลายพันคน การทำธุรกรรมจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลครั้งและเพียงแถวเดียว หรือเรคคอร์ดเดียว หรือไม่ก็ดึงข้อมูลเป็นชุดเพื่อการทำรายงาน

2. คลังข้อมูลคืออะไรมีหน้าที่อย่างไร

คลังข้อมูล (data mart) คล้ายโกดังข้อมูลแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีหน้าที่ใช้พักข้อมูลชั่วคราวเพื่อการประมวลผลก่อนนำไปสร้างโกดังข้อมูล คลังข้อมูลจะมีแบบจำลองเหมือนกันกับโกดังข้อมูล

3. ฐานข้อมูลแบบผสมผสานคืออะไร

คือการผสมความต้องการระหว่างฐานข้อมูลในงานธุรกรรมและฐานข้อมูลในงานช่วยตัดสินใจเอาไว้ด้วยกัน จุดมุ่งหมายคือต้องการลดค่าใช้จ่าย

4. data bandwidth คืออะไร

คือแถบความกว้างในการไหลของข้อมูลที่ใช้เพื่อรับ-ส่งข้อมูลระหว่างหน่วยความจำแรมกับฮาร์ดดิสก์

5. RAID คืออะไร

คือการต่อพ่วง HDD ธรรมดาราคาไม่แพงเข้าด้วยกันหลายๆ ตัวเป็นแถวเพื่อเพิ่มความจุหรือเพิ่มความเชื่อถือได้หรือเล็งผลเลิศทั้งสองอย่าง

6. การบีบฐานข้อมูลให้เล็กที่สุดมีข้อเสียอย่างไร

อาจทำให้คิวรีซับซ้อน ใช้เวลาเขียนและบำรุงรักษามาก ซึ่งอาจไม่คุ้มกับเวลาและเงินที่ต้องใช้เพื่อเขียนและบำรุงรักษาคิวรีที่อาจสูงกว่าราคาของอุปกรณ์บันทึกข้อมูล

7. ธรรมชาติของข้อมูลในปัจจุบันต่างจากในอดีตอย่างไร

ในอดีตการใช้คอมพิวเตอร์เน้นเก็บข้อความตัวอักษรและรูปภาพซึ่งกินเนื้อที่ไม่มาก แต่ปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลเสียงหรือวิดีโอและอื่นๆ ที่กินเนื้อที่เก็บมากกว่าอดีต

8. Solid-State Disk คืออะไร

คือฮาร์ดดิสก์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ ไม่มีแผ่นจานแม่เหล็ก ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว จึงทำงานเงียบ กินกำลังไฟฟ้าน้อย และที่สำคัญคือทำงานเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ที่ทำจากแผ่นจานแม่เหล็กมาก

9. กฎของเซต (จำกัด) กล่าวว่าอย่างไร หมายความว่าอย่างไร

ผลรวมของการทำยูเนียนส่วนต่างๆ ทั้งหมดจะเท่ากับเซตเดิม หมายความว่าการกระทำต่างๆ กับแถวของตารางเราสามารถทำได้อย่างคู่ขนาน คือสามารถทำได้กับทุกแถวไปพร้อมๆ กันโดยไม่จำเป็นต้องไล่ตั้งแต่แถวแรกไปถึงแถวสุดท้าย

 

บทที่ 4

1. ขั้นตอนที่สำคัญสุดในการออกแบบฐานข้อมูลคืออะไร

การระบุจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายของฐานข้อมูล

2. บูรณภาพของข้อมูลคืออะไร

กฎที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายหรือเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่เจตนา จะหายไปก็ต่อเมื่อท่านสั่งลบอย่างตั้งใจเท่านั้น

3. คิวรีแบบ ad-hoc คืออะไร

คือคิวรีที่ผู้ใช้เขียนขึ้นเองสดๆ เพื่อใช้เฉพาะกิจ

4. ฐานข้อมูลควรเชื่อมต่อกับแอพลิเกชันอย่างไร

อย่างหลวมๆ (loose coupling) การเชื่อมหลวมๆ คือดี การเชื่อมต่อแบบแน่นๆ (tight coupling) ไม่ดี

5. ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร

ทำงานได้ดี คิวรีง่าย สร้างแอพลิเกชันได้ง่ายและมีความยืดหยุ่น

6. การออกแบบทางแนวคิดคืออะไร

เป็นขั้นตอนออกแบบในกระดาษหรือใช้เครื่องมือที่เป็นซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบเพื่อร่างแผนภูมิต่างๆ เช่นแผนภูมิ ERD เพื่อออกแบบโครงสร้างของตาราง คอลัมน์ และความเชื่อมโยงระหว่างตาราง การทำนอร์มัลไลซ์ก็ควรจะอยู่ในขั้นตอนนี้ด้วย

7. การออกแบบทางตรรกะคืออะไร

เขียนคิวรี DDL (Data definition Language) เพื่อสร้างตารางต่างๆ ในฐานข้อมูล

8. กฎทางธุรกิจคืออะไร

คือนิยามของกระบวนการ คำจำกัดความและข้อกำหนดต่างๆ ที่จำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อให้หน่วยงานสามารถทำงานได้บรรลุเป้าหมาย

9. การออกแบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ควรสะท้อนกฎทางธุรกิจด้วยอะไร

ใช้โครงสร้างของตาราง และความสัมพันธ์ระหว่างตาราง เป็นตัวสะท้อนกฎทางธุรกิจ

10. การศึกษาจากระบบเดิมอาจศึกษาจากอะไรได้บ้าง

จากเอกสารกระดาษ ฐานข้อมูลเดิมและเวิร์คชีต